ถึงตอนนี้ผมจะพูดถึงความได้เปรียบของธุรกิจเครือข่าย ที่มีเหนือกว่าเจ้าของกิจการของตัวเอง............................
ถ้าบริษัทที่คุณก่อตั้งขึ้นมาหาลูกค้าไม่ได้หรือได้น้อย อะไรจะเกิดขึ้น ค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายประจำทุกๆเดือน เงินเดือนพนักงาน ค่าภาษี ค่าเช่าสานักงาน คุณคิดว่า ทุกเช้าที่คุณตื่นขึ้นมาล้างหน้าคุณหมดเงินไปเท่าไร ที่ต้องจ่ายกับสิ่งเหล่านี้ ก่อนที่คุณจะมีรายรับเข้ามา สำหรับธุรกิจเครือข่ายคุณต้องจ่ายอะไรบ้าง แล้วยอดขายหรือรายรับของบริษัทของคุณหละ ถ้าต้องการมากขึ้น คุณต้องเพิ่มปริมาณลูกค้าหรือพนักงาน ค่าใช้จ่ายก็จะตามมา ส่วนธุรกิจเครือข่ายนั้นมันจะค่อยๆเติบโตเป็นทวีคูณ เมื่อคุณจัดการกับระบบเครือข่ายได้ดี ถึงตอนนี้คุณคิดว่าคุณต้องเสียอะไรเพิ่มไหมกับธุรกิจเครือข่าย
ลองมาดูที่วิกฤตหรือความเสี่ยงบ้าง
ถ้าบริษัทของคุณถูกลูกค้าเบี้ยวไม่จ่ายค่าสินค้า คุณต้องออกไปขายของอีกเท่าไรเพื่อจะชดเชยกับสิ่งที่สูญเสีย หรือเกิดคู่แข่งที่ลดราคาเพื่อที่จะแย่งลูกค้าของคุณ คุณจะทำอย่างไร หรืออย่างเช่นเกิดเหตุการณ์ฟองสบู่แตกเมื่อปี พ.ศ.2540 ที่มีความไม่แน่นอนอยู่ตลอดเวลา ภัยธรรมชาติต่างๆที่หอบเอาธุรกิจของเขาเหล่านั้นลงทะเล ผมผ่านร้อนผ่านหนาวมากับเรื่องแบบนี้จนนับไม่ถ้วน ผมเฝ้าหาทางออกมาตลอดเวลา แล้วธุรกิจเครือข่ายก็คือคำตอบที่ผมอยากจะบอกคุณ ความเสี่ยงแทบจะเป็นศูนย์ จะมีก็เพียงแต่คุณต้องต่อสู้กับความรู้สึกที่คุณคิดไปเองของคุณให้จงได้ วันนี้ผมพบแล้ว “เหมือนฝันกลางฤดูหนาว...ที่ตื่นขึ้นมาแล้ว...มีแต่ความอบอุ่น”
ที่จริงแล้วถ้าคุณมองดูให้ลึกซึ้งการทำธุรกิจเครือข่าย ก็เหมือนกับการสร้างธุรกิจที่เป็นของตัวเองเพราะ วิธีการคิดการทำงานไม่ได้แตกต่างกันเลย จะต่างก็เพียง “ ความรู้สึกที่คุณคิดไปเอง ”
น่าเสียดายที่คนส่วนมากไม่รู้ว่า..........เขากำลังสร้างธุรกิจของเขาเอง
แล้วที่ผมเกริ่นนำในวันแรกๆว่าในวิกฤติย่อมมีโอกาสเสมอ ผมจะขยายความในตอนนี้ ถึงแม้จะเข้าสู่ช่วงเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกในปีนี้คุณก็คงจะคิดว่ามันจะเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสได้อย่างไร?
แล้วที่ผมเคยบอกคุณว่า ในวิกฤติยังมีโอกาสอยู่เสมอ เกี่ยวกับวิกฤติเศรษฐกิจที่ผมได้พบเจอ เมื่อปี พ.ศ.2540 มันเกี่ยวข้องกับธุรกิจเครือข่ายอย่างไร ในใจคุณคงคิดว่า ก็ต่อเมื่อเศรษฐกิจมันแย่ ใครที่ไหนจะมาบริโภคสิ่งต่างๆเหล่านี้ ทั้งๆที่ราคามันไม่ได้ถูกเลย ก็อย่างที่ผมเคยบอกแล้วว่า...................................... เมื่อเจอปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจเช่นนี้ “คนจนมีแต่จะจนลง ในขณะที่คนรวยไม่ได้จนลง แต่เขาไม่ได้รวยขึ้นเท่านั้นเอง” แล้วนี่ก็คือ กลุ่มที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณ ส่วนกลุ่มที่จะทำการตลาดให้กับคุณก็คือคนที่เขาจะแสวงหาโอกาสหรือรายได้เพิ่ม ถ้าเศรษฐกิจดีคนเหล่านี้เขาสามารถหารายได้ จากค่าล่วงเวลากับงานที่เขาทำหรือเงินเดือนที่เขาได้รับมันก็ดีตามเศรษฐกิจไปด้วย แต่พอเศรษฐกิจตกต่ำรายได้เขาก็ลดลง ทั้งๆที่รายจ่ายมีแต่จะเพิ่มขึ้น คนในกลุ่มนี้มีจำนวนอยู่ไม่น้อยเลย ที่จะเดินเข้าสู่ธุรกิจนี้ นี่ยังไม่รวมถึงคนที่กำลังจะจบการศึกษาออกมาอีกที่ยังไม่รู้ว่าจะหางานทำที่ไหน เพราะองค์กรหรือบริษัทต่างๆก็ไม่ได้รับพนักงานเพิ่ม มีแต่จะปลดพนักงานออกเสียด้วยซ้ำ
คุณคงพอจะเข้าใจแล้วใช่ไหมว่า ในวิกฤติมีโอกาสได้อย่างไรกับสิ่งที่ผมพูด บางทีมันอาจจะเป็นช่วงที่ท้าทายที่สุดก็ได้ ที่จะทำให้คุณก้าวข้ามปัญหาและอุปสรรคทั้งหลาย ในเมื่อโอกาสที่ผมว่านี้มันกำลังจะเข้ามา คุณเท่านั้นแหละที่จะทำการโปรโมทตัวคุณและธุรกิจของคุณ ให้เขาเหล่านั้นรู้จักคุณได้อย่างไร เพราะธุรกิจเครือข่ายคือ ธุรกิจของการตลาดคุณจึงต้องคิดและทำมันอย่างที่นักการตลาดมืออาชีพเขาทำกัน
ผมจัดการกับกระแสเงินสดที่ใช้งบโฆษณาน้อยมาก หรือแทบจะไม่เสียงบประมาณทางด้านนี้เลย ถ้าเทียบกับค่าใช้จ่ายอื่นๆ กับการทำธุรกิจผ่านทางอินเตอร์เน็ทของผม แต่คุณก็รู้จักผมในอินเตอร์เน็ท ทุกๆวันนี้ก็ยังมีคนสนใจ ที่จะโทรมาคุยกับผมอยู่บ่อยๆมาขอคำแนะนาในการทำธุรกิจ มาคุยกับผมในเรื่องราวต่างๆเหล่านี้ บางคนก็ขอสมัครเข้าร่วมทาธุรกิจกับผม ทั้งๆที่ผมไม่ต้องเอ่ยปากชวนเลยสักคำ เขายังไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าสินค้า หรือแผนการจ่ายผลตอบแทนเป็นอย่างไร แล้วคุณหละอยากทำงานของคุณแบบไหน
ธุรกิจเครือข่ายถ้าคุณเรียนรู้ที่จะทำมันอย่างถูกวิธีและมีความตั้งใจจริง มันสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับคุณอีกมากมาย ไม่ว่าจะทักษะในด้านธุรกิจต่างๆ หลักการตลาด ศิลปะการโน้มน้าวจิตใจคน การจัดการกับกระแสเงินสดในธุรกิจ สิ่งต่างๆเหล่านี้คุณจะได้เรียนรู้มันจากการทำธุรกิจจริงๆ ด้วยตัวคุณเองและนั่นก็คือ ประสบการณ์ที่มีค่าที่สุดที่จะทำให้คุณก้าวสู่ความสำเร็จในชีวิตได้อย่างรวดเร็วแล้วคุณก็จะพบว่า อิสระทางด้านการเงินและเวลามีจริง
นอกจากสิ่งต่างๆเหล่านี้แล้วคุณจะได้ค้นพบความมหัศจรรย์ในตัวคุณ กับสังคมใหม่ๆหลากหลายอาชีพและความรู้สึก มารวมกันช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ธุรกิจเครือข่ายจะเป็นกุญแจดอกหนึ่งที่จะเปิดประตูสู่สัมพันธภาพจากคนมามาย มุ่งเน้นที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จในชีวิตที่หลากหลายมุมมอง
ผมไม่ได้เก่งไปกว่าคุณ ผมไม่ได้มีอะไรที่เหนือกว่าคุณเลยสักนิด แต่สิ่งที่ผมสามารถทำได้เช่นนี้เป็นเพราะ ผมแค่มีเพียงแนวความคิดที่แตกต่างจากสิ่งที่ Business School เก่าๆของผมสอนเท่านั้นเอง ผมเชื่อว่าถ้าคุณรู้เหมือนในสิ่งที่ผมได้เรียนรู้ คุณก็สามารถทำมันได้ไม่ต่างอะไรจากผมหรอก บางครั้งคุณอาจจะทำมันได้ดีกว่าผมเสียอีก
ถ้าคุณเข้าใจว่าการทำธุรกิจเครือข่าย คือการสร้างธุรกิจของคุณเอง คุณคือเจ้าของธุรกิจ คุณก็จะรู้ว่าสิ่งที่คุณต้องทำ สิ่งที่คุณต้องเรียนรู้นั้นมันมีอะไรบ้าง แล้วคุณก็ยังรู้อีกด้วยว่า จะต้องทำมันอย่างไรต่อไป เมื่อมันมีปัญหาหรืออุปสรรคใดๆเกิดขึ้น
ถ้าคุณพร้อมก้าวเข้าสู่ Business online อย่างแท้จริง ไม่ว่าความฝันของคุณจะเป็นอย่างไร ฝันคุณจะไปไกลแค่ไหนทุกสิ่งทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับตัวคุณ ที่พร้อมจะก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจอย่างแท้จริงหรือเปล่าเท่านั้นเอง
ผมอยากจะฝากข้อความทิ้งท้ายสาหรับบทเรียนในวันนี้ ในสิ่งที่ผมจดจาและพึงระลึกอยู่เสมอกับคาสอนของพระพุธองค์นั้นก็คือ.........
ชีวิตเรา เราเป็นผู้ลิขิต ชะตากรรมนั่นหรือ
ขอคุณบทความจาก : http://www.secret-4success.com/
Joe Start a Business
แบ่งปัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น